ETDA ร่วมกับ TK Park ประกาศผล Awakening Digital Literacy Creator 2026
ทีม One To Two และทีม ซ้อนหยอน คว้าสุดยอดแคมเปญ “ปลุกพลังความคิด ส่งต่อความรู้ สู่สังคมดิจิทัล”
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD โดย สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ในฐานะเจ้าภาพร่วม (Co-host) พร้อมด้วยพันธมิตรจากภาครัฐ เอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ จัดพิธีประกาศผลและมอบรางวัลกิจกรรม Awakening Digital Literacy Creator 2026 รอบชิงชนะเลิศ ภายใต้หัวข้อ “ปลุกพลังความคิด ส่งต่อความรู้ สู่สังคมดิจิทัล” จากการแข่งขันสุดเข้มข้น ในที่สุด กลุ่มนักศึกษา ทีม One To Two จากแคมเปญ “Co-Exit : รู้ทันจอ รู้ใจคน” และกลุ่มประชาชนทั่วไป ทีมซ้อนหยอน จากแคมเปญ “AI-WOKE Teen Citizen พลเมืองดิจิทัลตื่นรู้” พิชิตใจคณะกรรมการ คว้าแชมป์สุดยอดแคมเปญที่ปลุกพลังคนไทยให้รู้เท่าทันดิจิทัลและ AI รับเงินรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศและประกาศนียบัตร และโอกาสต่อยอดผลงานสู่การสร้างจริง

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า ปัจจุบัน AI ไม่ได้เป็นเทคโนโลยีของคนบางกลุ่มอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนทุกช่วงวัย ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ ความท้าทายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการ “ใช้ AI เป็น” แต่ต้อง “ใช้ AI อย่างเข้าใจ รู้เท่าทัน และรับผิดชอบ”ข้อมูลจากศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ 1212 ETDA ในปี 2568 พบเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาแพลตฟอร์มออนไลน์รวมกว่า 4,710 เรื่อง โดย Gen Z อายุ 16–28 ปี เป็นหนึ่งในสามของกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าโลกดิจิทัลและ AI กำลังเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าทักษะที่เราสร้างให้คนรุ่นใหม่ ETDA จึงเดินหน้าส่งเสริมการสร้างพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizen) อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ ETDA Digital Citizen (EDC) และหลักสูตร EDC Plus ที่มุ่งพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI อย่างรู้เท่าทัน ควบคู่กับการสร้างเครือข่าย EDC Trainer ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกสะสมแล้วกว่า 7,037 คนทั่วประเทศ ทำหน้าที่ขยายองค์ความรู้สู่ชุมชนและสังคมในวงกว้าง

“สำหรับกิจกรรม Awakening Digital Literacy Creator 2026 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนบทบาทของ EDC Trainer จาก “ผู้รับความรู้” สู่ “ผู้สร้างสรรค์ความรู้” ผ่านการผลิต Original Content ที่สามารถส่งต่อความเข้าใจด้านดิจิทัลและ AI ไปสู่สังคมได้อย่างสร้างสรรค์และเข้าถึงผู้คนมากขึ้น เพราะเมื่อเราเปิดพื้นที่ที่เหมาะสมให้คนที่มีศักยภาพได้ลงมือทำ สิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่เพียงแค่ผลงานหรือแคมเปญ แต่คือการสร้างเครือข่ายนักสื่อสารและนักสร้างการเปลี่ยนแปลง ที่จะช่วยยกระดับภูมิคุ้มกันดิจิทัลของสังคมไทยในยุค AI”
ทั้งนี้ ETDA ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะดิจิทัลของคนไทยผ่านโครงการ EDC อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 โดยปัจจุบันเครือข่าย EDC Trainer ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ และในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีผู้ผ่านการอบรมภายใต้หลักสูตร EDC Plus แล้วกว่า 21,443 คน ภายในสิ้นปี 2569 ETDA ตั้งเป้าขยายเครือข่าย EDC Trainer ให้มีไม่น้อยกว่า 2,000 คน ผ่านความร่วมมือกับดิจิทัลจังหวัด ดิจิทัลอำเภอ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ด้านดิจิทัลสู่ประชาชนไม่น้อยกว่า 60,000 คน ทั่วประเทศ โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรม Awakening Digital Literacy Creator 2026 ทุกคนล้วนผ่านการรับรองเป็น EDC Trainer มาแล้ว สะท้อนว่าเวทีนี้ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ แต่คือเวทีที่เปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็นพลังสร้างสรรค์และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้จริงในสังคม

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ OKMD กล่าวว่า “ภารกิจสำคัญของ OKMD และ TK Park คือการทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ ใช้ได้จริง และเชื่อมโยงกับชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ AI กำลังเปลี่ยนวิธีที่มนุษย์เข้าถึง ใช้ และส่งต่อความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง คำถามที่เราให้ความสำคัญมาตลอดคือ จะออกแบบพื้นที่และกระบวนการการเรียนรู้อย่างไร ให้ผู้คนทักษะในการตั้งคำถาม แยกแยะข้อมูล เข้าใจบริบท และนำสิ่งที่เรียนรู้ไปสร้างประโยชน์ต่อสังคม Awakening Digital Literacy Creator 2026 จึงเป็นเวทีที่งานของ ETDA มาบรรจบกับแนวทางของ OKMD และ TK Park อย่างชัดเจน เพราะจะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือเปลี่ยนความรู้ด้านดิจิทัลให้กลายเป็นแคมเปญที่คนทั่วไปเข้าใจได้ ใช้ได้ และส่งต่อได้จริง ผลงานที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่มีศักยภาพที่จะก้าวจากผู้เรียนไปสู่ผู้สร้างการเรียนรู้ พวกเขาไม่ได้เพียงเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยี แต่กำลังช่วยกันออกแบบวิธีคิด วิธีสื่อสาร และภาษาที่ทำให้สังคมไทยอยู่ร่วมกับดิจิทัลและ AI ได้อย่างรู้เท่าทัน มีความรับผิดชอบ และไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ไว้ข้างหลัง”

ETDA และ TK Park เลือกทำงานในฐานะเจ้าภาพร่วม (Co-host) อย่างแท้จริง ตั้งแต่การร่วมออกแบบกิจกรรม บูรณาการองค์ความรู้และพื้นที่การเรียนรู้ ไปจนถึงการร่วมนั่งในคณะกรรมการตัดสิน โดยก่อนเปิดรับสมัคร มีการจัด Focus Group ร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจากหลายภาคส่วน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.), ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท (MCOT), บริษัท Meta และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย (UNICEF) เพื่อให้โจทย์การแข่งขันสอดคล้องและตอบโจทย์กับปัญหาที่สังคมดิจิทัลไทยกำลังเผชิญอยู่

กิจกรรม Awakening Digital Literacy Creator 2026 ภายใต้ธีม ปลุกพลังความคิด ส่งต่อความรู้ สู่สังคมดิจิทัล กำหนดให้ผู้เข้าแข่งขันทุกทีม จะต้องเลือกสร้างสรรค์แคมเปญจาก 1 ใน 3 โจทย์หลัก ได้แก่ โจทย์ที่ 1 ตื่นรู้โลก AI “ไม่ใช่แค่รู้ใจ แต่ต้องรู้ทัน” (Ignite AI Awareness) โจทย์ที่ 2 ตื่นรู้ด้วยใจ “ไม่ใช่แค่ยอดไลก์ แต่ต้องใส่ใจสังคม” (Enlighten Digital Empathy) และ โจทย์ที่ 3 ตื่นรู้โลกยุคใหม่ “อยู่ร่วมกับ AI อย่างสมดุล” (Well-rounded Living in AI Era) โดยคณะกรรมการได้ทำการคัดสรรผลงานกันอย่างเข้มข้น จากผู้สมัครทั้งหมด 56 ทีม จนได้ทีมที่ออกแบบแคมเปญได้อย่างโดนใจ 10 ทีมสุดท้าย ที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มนักศึกษา (อายุ 18-25 ปี) จำนวน 5 ทีม ประกอบด้วย 1) ทีม F1, 2) ทีม One To Two, 3) ทีมบ้านดาราคาเดเชี่ยน 4) ทีมยืนหนึ่งเพราะมาคนเดียว 5) ทีมลูกกระจ๊อก และกลุ่มประชาชนทั่วไป (อายุ 25 ปีขึ้นไป) จำนวน 5 ทีม ประกอบด้วย 1) ทีม HERO Sam Phran, 2) ทีม Prompt, 3) ทีม Smile Cat Community, 4) ทีมซ้อนหยอน และ 5) ทีมนิวส์นารฎา
ในวันนี้ (12 มิ.ย.) สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ แต่ละทีมต่างฟาดฟันนำเสนอไอเดียกันผ่านการแข่งขันในรูปแบบ Pitching ต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ คุณมีธรรม ณ ระนอง รองผู้อำนวยการ ETDA, คุณธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, คุณญาณี รัชต์บริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา (สน.11) สสส., ผศ.ดร.เจษฎา ศาลาทอง อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคุณจักรา สายประสงค์สิน ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัลทีเค TK Park
จากการพิจารณาตัดสินอย่างเข้มข้นของคณะกรรมการ ในที่สุดก็ได้ทีมที่คว้ารางวัลสุดยอดแคมเปญ “ปลุกพลังความคิด ส่งต่อความรู้ สู่สังคมดิจิทัล” โดยในกลุ่มนักศึกษา (อายุ 18-25 ปี) ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม One To Two คว้าเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร จากแคมเปญ “Co-Exit รู้ทันจอ รู้ใจคน”นิทรรศการเชิงประสบการณ์ที่ชวนคนออกจากความวุ่นวาย Toxic บนโลกออนไลน์ กลับมา Re-connect กับความรู้สึกของมนุษญ์และสมดุลชีวิต ส่วนทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 ได้แก่ ทีมยืนหนึ่งเพราะมาคนเดียวคว้าเงินรางวัล 25,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร จากแคมเปญ “คุณดำ..ได้แรงแค่ไหน” นิทรรศการเชิงประสบการณ์ที่สะท้อนความรู้สึกและผลกระทบของ Cyberbullying ชวนผู้เข้าชมตระหนักถึงพลังของคำพูดในโลกออนไลน์ และผลกระทบที่มีต่อสุขภาวะทางใจของผู้อื่น และรางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 ได้แก่ ทีมบ้านดาราคาเดเชี่ยนคว้าเงินรางวัล 15,000 บาท จากแคมเปญ “AI of LIE” AI Awareness Playground 5 ด่านจำลองสถานการณ์การตัดสินใจใช้ AI ในชีวิตจริงหลากหลายรูปแบบ เพื่อวัดและพัฒนาระดับการรู้เท่าทัน AI ของผู้เข้าร่วม ส่วนรางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ ทีมลูกกระจ๊อก และทีม F1 ได้รับเงินรางวัลทีมละ 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
และกลุ่มประชาชนทั่วไป (อายุ 25 ปีขึ้นไป) ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมซ้อนหยอน คว้าเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร จากแคมเปญ “AI-WOKE Teen Citizen”พลเมืองดิจิทัลตื่นรู้” นิทรรศการแบบมีส่วนร่วมภายในโรงเรียน มุ่งปรับสมดุลการใช้ AI และแก้ปัญหาด้านสุขภาวะของเยาวชนในยุคดิจิทัล ส่วนทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 ได้แก่ ทีม HERO Sam Phranคว้าเงินรางวัล 25,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร จากแคมเปญ “Sam Phran Smart Hub : HERO Life Shield โล่ป้องกันชีวิตฮีโรดิจิทัล” Giant HERO Board Game ให้เยาวชนจำลองสถานการณ์ภัยไซเบอร์และฝึกความเห็นอกเห็นใจในโลกออนไลน์ พร้อม VDO ซีรีส์เสริมความเข้าใจ และรางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม Smile Cat Community คว้าเงินรางวัล 15,000 บาท จากแคมเปญ “Smile Cat Community” ผสาน Web Application, Workshop และ VDO ซีรีส์ ปรับพฤติกรรมการใช้ AI ผ่านมุมมองจิตวิทยา นำเสนอในรูปแบบดีไซน์แมว 3D ส่วนรางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ ทีมนิวส์นารฎา และทีม Prompt ได้รับเงินรางวัลทีมละ 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ทั้งนี้ ผู้ผ่านการคัดเลือกทุกทีมยังได้รับโอกาสร่วมทำงานกับ ETDA และผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาเพื่อพัฒนาทักษะสู่การทำงานจริงในอนาคต
“Awakening Digital Literacy Creator 2026 ไม่เพียงเป็นเวทีการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาแคมเปญสร้างสรรค์ แต่เป็นก้าวสำคัญในการสร้างนิยามใหม่ของผู้ใช้ดิจิทัล ที่พัฒนาทั้งองค์ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ สู่การเป็น ‘ผู้สร้าง’ การรู้เท่าทันดิจิทัล ผ่านความร่วมมือของบุคลากรชั้นนำและหน่วยงานพันธมิตร ที่พร้อมใจกันร่วมสร้างพลเมืองดิจิทัลคุณภาพและวัฒนธรรมดิจิทัลที่เข้มแข็งและยั่งยืนให้กับสังคมไทยต่อไป” ดร.ชัยชนะ กล่าวทิ้งท้าย