มหิดล–จุฬาฯ –เชียงใหม่ พลิกโฉมอุดมศึกษาไทย
เริ่มให้นิสิตนักศึกษาเรียนร่วม “MC² GenEd”
สร้างระบบเรียนรู้ข้ามมหาวิทยาลัย เตรียมบัณฑิตพร้อมโลก AI และอนาคต
มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผนึกกำลังครั้งสำคัญ เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของระบบอุดมศึกษาไทย แถลงความคืบหน้าโครงการ MC² GenEd (Mahidol–Chula–Chiang Mai General Education) ภายใต้งาน “MC²: Beyond Boundaries, Building Future: มหิดล จุฬาฯ เชียงใหม่ ผสานพลังสู่การเรียนรู้แห่งอนาคต” เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

งาน“MC²: Beyond Boundaries, Building Future: มหิดล จุฬาฯ เชียงใหม่ ผสานพลังสู่การเรียนรู้ แห่งอนาคต” ในครั้งนี้ ไม่เพียงนำเสนอความคืบหน้าของโครงการความร่วมมือทางวิชาการครั้งสำคัญระหว่าง สามมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมในการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ใหม่ที่ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมของระบบมหาวิทยาลัย ภายใต้แนวคิด “Beyond Boundaries, Building Future” หรือการ ก้าวข้ามพรมแดนทางการศึกษา เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตแห่งการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ โดยโครงการจะประเดิมปีการศึกษา 2569 และมีนิสิตนักศึกษาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,000 ราย
ความร่วมมือระหว่างสามมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาระดับอุดมศึกษาไทย มุ่งสร้าง “ระบบนิเวศการเรียนรู้ร่วม” (Shared Learning Ecosystem) เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาสามารถเรียนรายวิชาศึกษาทั่วไป (General Education) ข้ามมหาวิทยาลัย สะสมผลการเรียนรู้ และเทียบโอนหน่วยกิตได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมเปิดโลกการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ผู้เชี่ยวชาญตัวจริง และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับเพื่อนต่างสถาบัน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกแห่งอนาคตที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

โครงการ MC² GenEd เกิดขึ้นภายใต้เครือข่ายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ MC² (Mahidol–Chula–Chiang Mai) ที่มีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับคุณภาพการศึกษา วิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมไทยและสังคมโลก ผ่านการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้เรียนยุคดิจิทัล นับเป็นหนึ่งในโมเดลต้นแบบของการพัฒนาการศึกษาในรูปแบบ Flexible Education และ Credit Mobility ของประเทศไทย โดยเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาสามารถออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างยืดหยุ่น ไม่จำกัดอยู่เพียงรายวิชาที่เปิดสอนภายในมหาวิทยาลัยต้นสังกัด แต่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ อาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ และประสบการณ์การเรียนรู้จากอีกสองมหาวิทยาลัยพันธมิตรได้โดยตรง
ในระยะแรกของโครงการ มีการเปิดรายวิชาศึกษาทั่วไปนำร่องจำนวน 24 รายวิชาจากทั้งสามมหาวิทยาลัย ครอบคลุมองค์ความรู้หลากหลายมิติ ทั้งด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ความยั่งยืน และทักษะแห่งอนาคต โดยเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีของทั้งสามสถาบันสามารถเลือกเรียนได้ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการเรียนรู้ที่หลากหลายของผู้เรียนในยุคปัจจุบัน
นอกจากนี้ อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการนี้คือ การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถสะสมผลการเรียนรู้ล่วงหน้า (Advance Learning Accumulation) และเทียบโอนหน่วยกิตข้ามมหาวิทยาลัยตามเงื่อนไขที่แต่ละสถาบันกำหนด นับเป็นการลดข้อจำกัดด้านโครงสร้างการศึกษาแบบเดิม และเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในสิ่งที่สอดคล้องกับความสนใจความถนัด และเป้าหมายวิชาชีพของตนเองได้มากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากการเรียนรู้ในห้องเรียน MC² GenEd ยังให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ร่วม (Shared Learning Experience) ระหว่างนิสิตนักศึกษาจากหลากหลายสาขาวิชาและต่างสถาบัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนมุมมอง เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น และสร้างเครือข่ายแห่งการเรียนรู้ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของโลกการทำงานในอนาคตที่ต้องอาศัยความร่วมมือข้ามศาสตร์ ข้ามวัฒนธรรม และข้ามความเชี่ยวชาญ
ความร่วมมือดังกล่าวตั้งอยู่บนหลักการสำคัญด้าน Experiential Learning หรือ “การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง” ที่เชื่อว่าความรู้ที่มีคุณค่าไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากการรับฟังในห้องเรียน แต่เกิดจากการลงมือปฏิบัติ การเรียนรู้จากสถานการณ์จริง การเผชิญโจทย์จริงของสังคม และการทำงานร่วมกับผู้คนที่มีความหลากหลาย

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้กำหนด ทิศทางการเรียนรู้ภายใต้แนวคิด “Learning for the AI and Digital Era” โดยมุ่งเตรียมผู้เรียนให้พร้อมรับมือกับโลกแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ผ่านรายวิชาที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงด้าน AI เทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในวิชาชีพต่าง ๆ
โลกในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากอิทธิพลของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) การศึกษาไม่อาจจำกัดอยู่เพียงการถ่ายทอดองค์ความรู้แบบเดิมในห้องเรียนได้อีกต่อไป แต่ต้องสร้างพื้นที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เป็นการเรียนรู้ร่วมกับผู้คนที่มีภูมิหลัง ความคิด และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน พร้อมเข้าใจวิธีคิด รู้เท่าทันเทคโนโลยี สามารถใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณและจริยธรรม”
“เราไม่ได้ต้องการเพียงให้ผู้เรียนใช้ AI เป็น แต่ต้องการให้สามารถสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่สังคม และใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนอนาคตได้อย่างมีความรับผิดชอบ ผมเชื่อมั่นว่าเมื่อศักยภาพด้าน AI และดิจิทัลของจุฬาฯ ผนวกกับความเชี่ยวชาญด้านชุมชนของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และความเข้มแข็งด้านการเรียนรู้จากภาคปฏิบัติของมหาวิทยาลัยมหิดล นิสิตนักศึกษาจะได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงในอนาคต” อธิการบดีจุฬาฯ กล่าว
ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “โครงการ MC² GenEd สะท้อนถึงพลังความร่วมมือของสามมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศในการสร้างรูปแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดล มุ่งขับเคลื่อนการเรียนรู้ภายใต้แนวคิด “Learning with Industry and Society” โดยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และภาคสังคม เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ผ่านการทำงานร่วมกับองค์กรพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญภายนอก ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทักษะวิชาชีพและความเข้าใจบริบทการทำงานจริง”
“การศึกษาในศตวรรษที่ 21 ต้องเป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงหรือ Experiential Learning เป็นการเรียนรู้ร่วมกับผู้คนที่มีความแตกต่างหลากหลาย MC² GenEd จากความร่วมมือของทั้งสามมหาวิทยาลัยจึงเป็นโครงการที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ยุคใหม่ได้อย่างดียิ่ง ซึ่งจะเป็นต้นแบบระบบการเรียนรู้ข้ามมหาวิทยาลัยของไทย” อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลกล่าว
ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า “ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มุ่งเน้นแนวคิด Learning from Communities and Sustainability โดยเชื่อว่าห้องเรียนที่ดีที่สุดไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในมหาวิทยาลัย แต่รวมถึงชุมชน ธรรมชาติ และพื้นที่จริงรอบตัว ผู้เรียนจะได้เรียนรู้จากโจทย์จริงของสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ตลอดจนประเด็นสิ่งแวดล้อมที่ท้าทายและความยั่งยืนที่กำลังเกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งต่อสังคม ประเทศ และโลกที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดให้เรียนข้ามมหาวิทยาลัย แต่เป็นการร่วมกันวางรากฐานระบบการศึกษารูปแบบใหม่ของประเทศไทยที่เปิดกว้าง ยืดหยุ่น และตอบโจทย์ผู้เรียนมากขึ้น พร้อมขยายโอกาสการเข้าถึงองค์ความรู้ที่ดีที่สุดจากหลากหลายสถาบัน และเป็นต้นแบบของการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ระดับประเทศในอนาคต”
“MC² GenEd จึงเป็นมากกว่าการเรียนข้ามมหาวิทยาลัย แต่คือการเปิดโลกการเรียนรู้ให้กว้างกว่ารั้วมหาวิทยาลัย เชื่อมโยงผู้เรียน อาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ และองค์ความรู้จากสามมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างบัณฑิตที่พร้อมรับมือกับความท้าทายในโลกอนาคต และพร้อมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน” อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กล่าว
“MC² GenEd” จึงนับเป็นก้าวสำคัญของการเปิดโลกการเรียนรู้ให้กว้างไกล ผ่านการผนึกกำลังของสามมหาวิทยาลัยชั้นนำ “มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่” ซึ่งจะช่วยเปิดมุมมองที่หลากหลายเพิ่มโอกาสการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญและเพื่อนต่างสถาบัน พร้อมเผชิญความท้าทายในโลกอนาคต ความสำเร็จของความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นต้นแบบสำคัญที่สามารถขยายผลสู่สถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ เพื่อร่วมกันยกระดับการศึกษาของประเทศและพัฒนาบัณฑิตให้มีศักยภาพตอบโจทย์สังคมและโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ศึกษารายละเอียดรายวิชาและติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ MC² GenEd ได้ที่
Website: https://sites.google.com/view/mc2gened
Facebook: https://www.facebook.com/mc2gened
Instagram: https://www.instagram.com/mc2gened